การเพิ่มเงินโอนจากคนรวยสู่คนจน (ซะกาต)

ศาสตราจารย์ ดร.อิศรา ศานติศาสน์ ประธานมูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)

การจัดตั้งกองทุนซะกาตมีบทบาทสำคัญในการขจัดปัญหาความยากจน และลดความไม่เท่าเทียมทางรายได้ในหมู่มุสลิมไทย ซะกาตเป็นหนึ่งในหลักปฏิบัติทางศาสนา ที่เป็นโครงข่ายรองรับทางสังคม (Social Safety Net) สำคัญ ซึ่งกำหนดให้มุสลิมที่มีทรัพย์สินถึงเกณฑ์ต้องบริจาคส่วนหนึ่งของทรัพย์สินนั้นเพื่อช่วยเหลือผู้ขัดสน ผู้ยากไร้ และกลุ่มเปราะบางในสังคมตามที่ระบุไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ซะกาตไม่ใช่เพียงเครื่องมือแห่งการให้ทาน (charity) แต่เป็นระบบการจัดสรรทรัพยากรที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ลดความไม่เท่าเทียม และเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคมภายในชุมชนมุสลิม

แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศพหุวัฒนธรรม และรัฐธรรมนูญให้การรับรองสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาและการปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลาม แต่กิจการด้านซะกาตกลับยังไม่ได้รับการส่งเสริมและคุ้มครองในเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในแง่การจดทะเบียนกองทุนซะกาต การจัดระบบเก็บและแจกจ่ายที่โปร่งใส การตรวจสอบบัญชี และการบูรณาการเข้ากับระบบการพัฒนาสังคมของรัฐ

ในหลายประเทศมุสลิมหรือประเทศที่มีกลุ่มมุสลิมเป็นชนกลุ่มน้อย รัฐได้ออกกฎหมายรองรับการจัดเก็บและบริหารซะกาตอย่างเป็นระบบ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ปากีสถาน ตูนีเซีย เป็นต้น ซึ่งส่งผลให้ซะกาต กลายเป็นกลไกสำคัญในการบรรเทาความยากจน และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับชุมชน

ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับ จึงเป็นที่มาของการเกิด ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการวิจัย โดย สสม. ได้มีพิธีส่งมอบแก่รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ผ่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในขณะนั้น (นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป) โดยเลขาธิการคณะกรรมการกลางแห่งประเทศไทย (นายพิเชษฐ สถิรชวาล) เป็นผู้มอบ เมื่อวันที่ 03 พฤษภาคม 2550 ณ หอประชุมอาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการและให้เป็นวาระเร่งด่วน เมื่อวันที่ 04 กรกฏาคม 2550 อย่างไรก็ตาม แม้ร่าง พรบ. นี้ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาและการประชาพิจารณ์แล้ว เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2550 แต่ก็ไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง เพราะความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งภายในและภายนอกสังคมมุสลิมไทย

สสม. ไม่ลดละความพยายาม

  1. ปี 2552 (2009)
    ติดตามและผลักดันร่าง พรบ.ส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต ผ่านการจัดเวทีให้ความรู้เกี่ยวกับร่าง พรบ.ฯ รวมถึงการให้ข้อมูลทางวิชาการและการจัดการประชุมปรึกษาหารือร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ และสมาชิกวุฒิสภา
  2. ปี 2554 (2011)
    รัฐบาลในขณะนั้น (นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ) ได้นำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาในวาระที่ 1 ในวันพุธที่ 20 เมษายน 2554 ยิ่งไปกว่านั้นพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านต่างก็เสนอ ร่าง พรบ.ส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต ที่มี ร่าง ของแผนงานฯ เป็นต้นแบบ ต่อมาในปีเดียวกัน ร่าง พรบ.ส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต ถูกนำออกจากวาระที่ 1 ของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่มีการยืนยันวาระจากคณะรัฐมนตรี
  3. ปี 2556 (2013)
    ริเริ่มกองทุนซะกาตต้นแบบระดับชุมชนทั่วประเทศจำนวน 7 กองทุน เพื่อเป็นแบบอย่างและศูนย์กลางเครือข่าย
  4. ปี 2557 (2014)
    สสม. ได้ผลักดัน ร่าง พรบ.ซะกาต เข้าสู่ความสนใจขององค์กรศาสนาอิสลาม โดยคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้นำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต ไปใช้และประกาศเป็นระเบียบคณะกรรมการกลางฯ ว่าด้วยการส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต พ.ศ. 2557 เพื่อให้มีการจัดตั้งกองทุนซะกาตในระดับมัสยิดและชุมชน
  5. ปี 2558 (2015)
    ในสมัยรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี สสม. พยายามผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. ซะกาต ผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในปี 2558 โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมในวิถีอิสลาม เพื่อดำเนินการศึกษาและจัดทำแผนปฏิรูปเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกด้านสำหรับกลุ่มประชากรมุสลิมไทย ซึ่งการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาตเป็นหนึ่งในกรอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการ และพยายามต่อเนื่องมาจนถึงสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ผ่านคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม โดยเน้นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับพื้นฐานทางศาสนาและวัฒนธรรมของมุสลิมไทย และสามารถประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์กับคนไทยกลุ่มอื่นได้ เป็นที่น่าเสียดาย เพราะในที่สุดแล้ว ร่าง พรบ. ก็ถูกตีตก เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 ด้วยเหตุผลด้านความกังวลเกี่ยวกับอิสลาม (Islamophobia) และสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้นซึ่งทำให้ไม่ได้ไปต่อ
  6. พ.ศ.2565 (2022)

    มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ริเริ่มโครงการ “เครือข่ายกองทุนซะกาตระดับภูมิภาค” โดยร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรที่มีศักยภาพ ให้เข้ามาเป็นแกนหลักในการสร้างเครือข่ายกองทุนซะกาตในระดับภูมิภาค 4 แห่ง ได้แก่

    1. สมาพันธ์ผู้บริหารมัสยิด 4 อำเภอ จังหวัดสงขลา (จะนะ นาทวี เทพา สะบ้าย้อย)
    2. คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดระนอง
    3. ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดปัตตานี
    4. ชมรมมุสลิมสัมพันธ์ จังหวัดตรัง

    องค์กรพันธมิตรจะเป็นแกนหลักในการสร้างเครือข่ายกองทุนซะกาตในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งเรียกว่า "ลูกข่ายกองทุนซะกาต" 1 องค์กรพันธมิตร จะดูแลลูกข่ายกองทุนซะกาตหลายแห่ง พร้อมกันนี้ สสม. ได้คัดเลือกต้นแบบกองทุนซะกาตจำนวน 5 แห่ง เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้กับลูกข่ายที่จะเกิดขึ้น ดังนี้

    1. กองทุนซะกาตมัสยิดดาหรนอาหมัน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
    2. กองทุนซะกาตมัสยิดดารุลฮูดา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
    3. กองทุนซะกาตมัสยิดบ้านกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช
    4. กองทุนซะกาตมัสยิดบางอ้อ กรุงเทพมหานคร
    5. กองทุนซะกาตบัยตุ้ลมาน จังหวัดเชียงใหม่

    ต้นแบบกองทุนซะกาตจะคอยถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางการบริหารจัดการกองทุน ทั้งนี้ในการดำเนินงานครั้งแรก ได้เชิญกองทุนสวัสดิการชุมชนปาตาบาระ (ชุมชนรักษ์สุขภาวะ สสม.) อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ช่วยให้ภาคีกองทุนซะกาตสามารถนำแนวคิดและรูปแบบไปปรับใช้ในการขับเคลื่อนกองทุนซะกาตในชุมชนของตนเอง

    นอกจากองค์กรพันธมิตร ต้นแบบกองทุนซะกาตแล้ว สสม. ยังได้ผลิตชุดเครื่องมือเริ่มต้นซะกาตในชื่อชุด “Zakat Kit” เพื่อช่วยอำนวนความสะดวกในเรื่องเอกสารต่างๆ ของกองทุน วิธีการที่กล่าวมาสามารถสร้างลูกข่ายกองทุนซะกาตได้ถึง 36 แห่ง ภายในระยะเวลาเพียงปีครึ่งเท่านั้น

  7. พ.ศ.2567 (2024)

    ในระยะที่ 2 ภายใต้ชื่อโครงการ พัฒนาเครือข่ายกองทุนซะกาตระดับภูมิภาค ได้มุ่งเน้นการขยายเครือข่ายกองทุนซะกาตผ่านความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง ได้แก่

    1. คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกระบี่
    2. คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล
    3. เครือข่ายมัสยิดหะยีดาวูด อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

    ส่งผลให้การดำเนินงานครอบคลุมในระดับภูมิภาคมากยิ่งขึ้นและสามารถจัดตั้งเครือข่ายกองทุนซะกาต (ลูกข่าย) เพิ่มขึ้นอีก 27 กองทุน รวมทั้งสิ้น 63 กองทุน ซึ่งทุกกองทุนมีศักยภาพในการบริหารจัดเก็บและกระจายซะกาตอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ สสม. ยังได้จัดทำคู่มือ “ซะกาตสร้างอาชีพ” เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการบริหารกองทุนซะกาต รวมถึงรวบรวมบทเรียนความสำเร็จในการดำเนินงาน โดยมีกองทุนซะกาตต้นแบบทั้ง 5 แห่งยังคงทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับเครือข่ายลูกข่ายอย่างต่อเนื่อง

  8. พ.ศ.2568 (2025)

    ในระยะที่ 3 ของการขับเคลื่อนกองทุนซะกาต สสม. โครงการได้ยกระดับการบริหารจากการจัดการซะกาตฟิตเราะห์ไปสู่ซะกาตทรัพย์สิน พร้อมทั้งพัฒนาระบบบริหารจัดการซะกาตลิงค์สำหรับกองทุนลูกข่าย ทำให้การจัดเก็บและกระจายซะกาตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้ชื่อใหม่ว่า โครงการซะกาตลิ้งค์: เชื่อมคน เชื่อมพลัง เชื่อมศรัทธา โดยขยายความร่วมมือไปยังองค์กรพันธมิตรใหม่อีก 2 แห่ง ได้แก่

    1. เครือข่ายกองทุนซะกาตตำบลท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช
    2. เครือข่ายมูลนิธิซะกาตและสาธารณกุศล จ.ยะลา

    ส่งผลให้มีจำนวนกองทุนลูกข่ายมากขึ้น จุดเน้นคือเสริมความแข็งแกร่งให้กองทุนซะกาตในการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการ ลดจำนวนผู้พึ่งพาซะกาตในระยะยาว และปลูกฝังวัฒนธรรมการจ่ายซะกาตในชุมชนมุสลิม

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

  • เกิดกองทุนซะกาตลูกข่ายในพื้นที่ต่างๆ อย่างน้อย 78 กองทุน
  • มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพเครือข่าย
  • มีการจัดตั้งคณะกรรมการกองทุนในพื้นที่ต่างๆ
  • วางระบบจัดเก็บซะกาตฟิตเราะห์ได้อย่างเป็นระบบ ผ่านคู่มือ “Zakat Kit”

ความท้าทายที่ยังคงอยู่

สำหรับซะกาตทรัพย์สิน (ซะกาตมาล) ยังมีประเด็นสำคัญ เช่น:

  • คนไม่รู้หรือไม่เข้าใจหลักการซะกาต แม้มีทรัพย์ถึงเกณฑ์ก็ไม่จ่าย
  • มัสยิดยังไม่มีระบบ/มาตรฐานด้านการจัดเก็บ การแจกจ่าย การทำบัญชี และความโปร่งใส

เป้าหมายของเรา: หากสามารถตั้งกองทุนซะกาตให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ปัญหาการไม่จ่ายซะกาตและการช่วยเหลือไม่ทั่วถึงก็จะลดลง และจะเป็นเหมือน “สวัสดิการสังคม” ที่ช่วยคนยากจนได้จริง

วัตถุประสงค์

  • รวบรวมและจัดการข้อมูล - รวบรวมข้อมูลกองทุนซะกาตจากมัสยิดทั่วประเทศในรูปแบบฐานข้อมูลดิจิทัล
  • เพิ่มความโปร่งใส - สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริจาคผ่านระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
  • อำนวยความสะดวก - ให้ประชาชนสามารถค้นหาและติดต่อกองทุนซะกาตได้ง่ายและรวดเร็ว
  • ส่งเสริมการบริจาค - กระตุ้นให้มุสลิมทำหน้าที่ตามหลักศาสนาในการช่วยเหลือผู้ยากไร้
  • พัฒนาเครือข่าย - สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกองทุนซะกาตต่างๆ ทั่วประเทศ

แผนที่กองทุนซะกาตทั่วประเทศ

กระจายตัวของกองทุนซะกาตลูกข่ายแยกตามภูมิภาคและจังหวัด

คุณสมบัติเด่นของระบบ

ค้นหาที่ครอบคลุม

ค้นหาได้หลากหลายเกณฑ์ ทั้งชื่อมัสยิด ชื่อกองทุน จังหวัด อำเภอ ตำบล และเลขบัญชี

ฟิลเตอร์ข้อมูล

กรองข้อมูลตามพื้นที่ และสถานะการมีบัญชีธนาคารเพื่อความสะดวกในการค้นหา

ติดต่อสะดวก

แสดงช่องทางการติดต่อครบถ้วน พร้อมคัดลอกเลขบัญชีได้ในคลิกเดียว (เร็วๆ นี้)

อัปเดตอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลได้รับการปรับปรุงและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อความถูกต้อง

ครอบคลุมทั่วประเทศ

รวบรวมข้อมูลกองทุนซะกาตลูกข่ายจากมัสยิดในประเทศไทย

ระบบจัดการปลอดภัย

มีระบบ Login สำหรับผู้ดูแลในการจัดการและแก้ไขข้อมูลอย่างปลอดภัย

สถิติเครือข่าย

0
กองทุนซะกาต
0
จังหวัด
0%
มีบัญชีธนาคาร
24/7
เข้าถึงได้ตลอดเวลา

ติดต่อสอบถาม

หากท่านมีข้อสงสัย ต้องการเพิ่มข้อมูลกองทุนซะกาต หรือแจ้งแก้ไขข้อมูล สามารถติดต่อได้ที่:

โครงการซะกาตลิงค์ (เชื่อมคน เชื่อมพลัง เชื่อมศรัทธา)

โทรศัพท์: 081-598-7519
อีเมล: ssmmuslimthai@gmail.com
เว็บไซต์: www.muslim4health.or.th

กิจกรรมที่น่าสนใจ